วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Green Day - 21 Guns


Do you know what’s worth fighting for?
When it’s not worth dying for?
Does it take your breath away
And you feel yourself suffocating?
Does the pain weigh out the pride?
And you look for a place to hide?
Did someone break your heart inside?
You’re in ruins

รู้รึเปล่าว่าการต่อสู้นี้น่ะมันมีค่าแค่ไหนเชียว?
เมื่อมันไม่คุ้มค่าเลยที่จะต้องตายเพื่อมัน?
มันเอาลมหายใจเธอไป
และทำให้เธอรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกใช่มั้ย?
ความเจ็บปวดนั้นมีค่าพอกับศักดิ์ศรีหรอ?
และเธอต้องหาที่เพื่อหลบซ่อน?
ใครซักคนกำลังทำลายหัวใจเธอใช่มั้ย?
เธอกำลังจะพินาศลง

One, 21 guns
Lay down your arms, give up the fight
One, 21 guns
Throw up your arms into the sky, you and I

ทุกๆ สลุต 21 นัด…
วางอาวุธลงเถอะ แล้วหยุดการต่อสู้ซักที
สลุต 21 นัด…
ชูมือขึ้นบนฟ้า เธอกับฉัน

When you’re at the end of the road
And you lost all sense of control
And your thoughts have taken their toll
When your mind breaks the spirit of your soul
Your faith walks on broken glass
And the hangover doesn’t pass
Nothing’s ever built to last
You’re in ruins

เมื่อเธออยู่บนปลายทางของถนนเส้นนั้น
และเธอเสียสติไป
และความคิดทั้งหมดก็เข้าควบคุมตัวเธอ
และความรู้สึกก็ทำลายจิตวิญญาณตัวเธอเอง
แรงศรัทธาของเธอที่เดินอยู่บนเศษแก้ว
และสิ่งที่แขวนอยู่ก็ไม่ผ่านพ้นไป
ไม่มีอะไรสร้างมาเพื่ออยู่ไปตลอดกาล
เธอกำลังจะพินาศลง

One, 21 guns
Lay down your arms, give up the fight
One, 21 guns
Throw up your arms into the sky, you and I

ทุกๆ สลุต 21 นัด…
วางอาวุธลงเถอะ แล้วหยุดการต่อสู้ซักที
สลุต 21 นัด…
ชูมือขึ้นบนฟ้า เธอกับฉัน

Did you try to live on your own
When you burned down the house and home?
Did you stand too close to the fire
Like a liar looking for forgiveness from a stone?

เธอพยายามจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง
ทั้งๆที่เธอเผาบ้านเมืองตัวเองไปแล้วงั้นเหรอ?
เธออยู่ใกล้กับไฟกันไปมั้ย
เหมือนกับคนโกหกที่เฝ้ารอการให้อภัยจากก้อนหินเพียงก้อนเดียว?

When it’s time to live and let die
And you can’t get another try
Something inside this heart has died
You’re in ruins

เมื่อมันถึงเวลาที่จะต้องใช้ชีวิต และตายลง
และเธอก็ไม่มีโอกาสอีกครั้ง
บางสิ่งในหัวใจนี้ค่อยๆหายไป
เธอกำลังพินาศลง

One, 21 guns
Lay down your arms, give up the fight
One, 21 guns
Throw up your arms into the sky

ทุกๆ สลุต 21 นัด…
วางอาวุธลงเถอะ แล้วหยุดการต่อสู้ซักที
สลุต 21 นัด…
ชูมือขึ้นบนฟ้า เธอกับฉัน

One, 21 guns
Lay down your arms, give up the fight
One, 21 guns
Throw up your arms into the sky, you and I

ทุกๆ สลุต 21 นัด…
วางอาวุธลงเถอะ แล้วหยุดการต่อสู้ซักที
สลุต 21 นัด…
ชูมือขึ้นบนฟ้า เธอกับฉัน

21 Guns คือ สลุต 21 นัด
เป็นการยิงเพื่อเป็นการสดุดีให้แก่ทหารที่ตายในหน้าที่ครับ…
วง Green Day เป็นวงที่ต่อต้านการทำสงครามอยู่แล้ว
เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงนึงที่พูดว่าการทำสงครามมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย
สุดท้ายก็มีแต่จะพินาศลง…

คนโกหกที่เฝ้ารอการให้อภัยจากก้อนหิน ก็อาจจะหมายถึงการที่เราทำผิดพลาดไป แต่ก็ยังไปสารภาพบาป เพื่อจะได้รับการให้อภัย ล่ะมั้งครับ…

ประมาณนี้

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

Hello


Hello, it’s me  สวัสดี นี่ฉันเอง
I was wondering if after all these years  ฉันสงสัยว่า หลังจากที่ผ่านมาหลายปีนี้
You’d like to meet, to go over  เธอยังอยากจะมาเจอฉัน และเคลียร์กัน
Everything ในทุกๆเรื่องอยู่อีกมั้ย
They say that time’s supposed to heal ya  เขาว่ากันว่า เวลาจะเยียวยาหัวใจเราเอง
But I ain’t done much healing  แต่สำหรับฉัน มันยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่เลย

Hello, can you hear me? สวัสดี เธอได้ยินฉันมั้ย?
I’m in California dreaming about who we used to be ฉันเฝ้าฝันถึงคนที่เราทั้งสองคนเคยเป็นในอดีต
(ตรงนี้คิดว่าอาจจะเป็นการเล่นคำกับคำว่า California Dreaming ที่หมายถึงการฝันเฟื่องในเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้น หรือนางอาจจะอยู่ที่แคลิฟอร์เนียจริงๆ แล้วก็คิดถึงคนรักเก่าก็ได้ เพราะท่อน Hello from the other side ก็เหมือนกับการโทรข้ามซีกโลกไปหาคนรัก)
When we were younger and free  ในตอนที่เรายังเด็กและเป็นอิสระเหลือเกิน
I’ve forgotten how it felt before the world fell at our feet  ฉันลืมไปแล้วว่ามันรู้สึกยังไง ก่อนที่โลกทั้งใบจะอยู่ใต้เท้าเรา

There’s such a difference between us  เราสองคนมีความแตกต่างกันมากมายเหลือเกิน
And a million miles  และระยะทางนับล้านไมล์ก็ขว้างกั้นเราอยู่


Hello from the other side  สวัสดี จากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก
I must’ve called a thousand times to tell you  ฉันคิดว่าฉันได้โทรหาเธอเป็นพันๆครั้งแล้ว เพื่อจะบอกว่า…
I’m sorry, for everything that I’ve done  ฉันขอโทษนะ ขอโทษสำหรับทุกๆสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
But when I call you never seem to be home  แต่พอฉันโทรหาเธอทีไร เธอก็ไม่เคยอยู่บ้านเลย

Hello from the outside  สวัสดี จากข้างนอกโลกของเธอ
At least I can say that I’ve tried to tell you  อย่างน้อยฉันก็พูดได้เต็มปากกว่า ฉันพยายามที่จะบอกเธอแล้วนะ
I’m sorry, for breaking your heart ฉันขอโทษนะ ที่ทำลายหัวใจของเธอ
But it don’t matter, it clearly doesn’t tear you apart anymore  แต่มันไม่สำคัญอีกแล้วล่ะ เพราะตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เธอใจสลายอีกต่อไปแล้ว

Hello, how are you?  สวัสดี เธอสบายดีมั้ย?
It’s so typical of me to talk about myself  เป็นธรรมดาสุดๆเลยนะที่ฉันจะเอาแต่พูดถึงแต่ตัวเอง
I’m sorry, I hope that you’re well  ฉันขอโทษนะ หวังว่าเธอยังสบายดี
Did you ever make it out of that town  เธอได้ออกจากเมืองนั้นมารึยังนะ?
Where nothing ever happened?  ที่ที่ไม่เคยมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นเลย

It’s no secret  มันไม่ใช่ความลับอะไรหรอก
That the both of us are running out of time  ที่เราสองคนกำลังจะหมดเวลาชีวิตลง

Hello from the other side  สวัสดี จากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก
I must’ve called a thousand times to tell you  ฉันคิดว่าฉันได้โทรหาเธอเป็นพันๆครั้งแล้ว เพื่อจะบอกว่า…
I’m sorry, for everything that I’ve done  ฉันขอโทษนะ ขอโทษสำหรับทุกๆสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
But when I call you never seem to be home  แต่พอฉันโทรหาเธอทีไร เธอก็ไม่เคยอยู่บ้านเลย


Hello from the outside  สวัสดี จากข้างนอกโลกของเธอ
At least I can say that I’ve tried to tell you  อย่างน้อยฉันก็พูดได้เต็มปากกว่า ฉันพยายามที่จะบอกเธอแล้วนะ
I’m sorry, for breaking your heart  ฉันขอโทษนะ ที่ทำลายหัวใจของเธอ
But it don’t matter, it clearly doesn’t tear you apart anymore  แต่มันไม่สำคัญอีกแล้วล่ะ เพราะตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เธอใจสลายอีกต่อไปแล้ว

Ooooohh, anymore
Ooooohh, anymore
Ooooohh, anymore
Anymore  อีกต่อไป

Hello from the other side  สวัสดี จากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก
I must’ve called a thousand times to tell you  ฉันคิดว่าฉันได้โทรหาเธอเป็นพันๆครั้งแล้ว เพื่อจะบอกว่า…
I’m sorry, for everything that I’ve done  ฉันขอโทษนะ ขอโทษสำหรับทุกๆสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
But when I call you never seem to be home  แต่พอฉันโทรหาเธอทีไร เธอก็ไม่เคยอยู่บ้านเลย

Hello from the outside  สวัสดี จากข้างนอกโลกของเธอ
At least I can say that I’ve tried to tell you  อย่างน้อยฉันก็พูดได้เต็มปากกว่า ฉันพยายามที่จะบอกเธอแล้วนะ
I’m sorry, for breaking your heart   ฉันขอโทษนะ ที่ทำลายหัวใจของเธอ
But it don’t matter, it clearly doesn’t tear you apart anymore  แต่มันไม่สำคัญอีกแล้วล่ะ เพราะตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เธอใจสลายอีกต่อไปแล้ว



วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558

There is ... แปลว่า มี ไม่ใช้ have

มีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

There is
There are
There will be
There has been
There have been
There was
There were
There's gonna be

 แปลว่า " มี" ทั้งหมด
ฝึกใช้ ถ้าจะพูด "มี" แบบลอยๆ
อย่าใช้ have

 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
There was an accident last night.

 จะมีจันทรุปราคาคืนพรุ่งนี้
 There will be an eclipse tomorrow night.

มีเงินเหลือไม่ออก
 There is not much money left.

จะต้องมีความช่วยเหลือมาแน่ๆ
 There must be some help coming soon.

 มีฝนตกหนักมาร่วมชั่วโมงแล้ว
 There has been a heavy rain for hours.

   มีใครจะอาสามั่ง
 Is there any volunteer ?
Are there any volunteers ?

 ไม่มีอะไรเหลือให้ผมเลย
 There is nothing left for me.

จะมี bike for dad เร็วๆ นี้
There's gonna be " Bike for dad " soon !

 ฝึกใช้ there is / there are ให้คล่องนะ
นั่นคือจุดอ่อนของคนไทย

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คุณนี่น่าสนใจนะ พูดอย่างไร

คุณนี่น่าสนใจนะ พูดอย่างไร ?
You are interesting.
You are so interesting.
You look interesting.
You look so interesting.
( ถ้า น่าสนใจ ให้ใช้ interesting ทันที )
* to be/look/sound interesting
นั่นฟังน่าสนใจดี
That sounds interesting to me.
( ฝรั่งพูดบ่อยมาก เวลาเราเล่าอะไรให้ฟัง เค้าจะคิดตามและถ่วงเวลาตอบด้วยการเอ่ยประโยคนี้ )
ย่อเป็น *Sounds interesting! น่าสนใจนะ (แต่ในใจคิดอย่างไรไม่รู้ น่าสนใจไว้ก่อน)
ทีนี้พูดได้เยอะนะ
Sounds boring. ฟังดูน่าเบื่อ
Sounds exciting. ฟังดูน่าตื่นเต้น
sounds amazing. ฟังดูน่าตื่นตาตื่นใจ
Ving ใช้เป็น adjective ขยายหน้าคำนามได้
You are such an interesting young man.
She is such a boring lady.

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประโยคภาษาอังกฤษใช้คุยกับเด็ก


 อย่าดูดนิ้ว Don't suck your thumb (finger/s)
อย่าเอา .. เข้าปาก Don't put that in your mouth.
ปวดฉี่ / ปวดอึ ไหม? Do you need to pee? / Do you need to poo?
เก็บของเล่น / เก็บอันนี้ ก่อน Pick up your toys.
อย่าขว้างของ Don't throw things.
อย่าทิ้งของ  Don't leave things around.
กินข้าวอิ่มหรือยัง? Are you full?
นั่งนิ่งๆก่อนแป๊บนึง Please sit still for a moment.
ปากเลอะ เช็ดปากก่อน Let's wipe your mouth.
อยากให้อุ้มใช่ไหม? Do you want daddy/mummy  to carry you?
เดินเองก่อนนะ Please walk on your own.
ฟังนิทานก่อนนอนไหม? Would you like me to read you a bed-time story?
เกาะ / จับ ตรงนี้แน่นๆ Hold on to this tightly.
หยิบของ / หยิบ... อันนั้นให้หน่อย Could you please pass me the ____ (that) ?
อันนี้เล่นไม่ได้นะ ไม่ใช่ของเล่น / ไม่ใช่ของเด็ก That's not a toy.
จับช้อน / จับปากกา แบบนี้ Hold your pen like this.
อย่าคายอาหารออกจากปาก Don't spit out your food.
เดี๋ยวมานะ อยู่กับอาม่าแป๊บนึง Daddy/Mummy  will be right back. Stay with grandma ok?
ก้มหน่อย ระวังโดนหัว Watch your head.
- เงยหน้าขึ้น (จะทาแป้งที่คอ) Chin up.
ช่วยเก็บของเล่นก่อน Please put your toys away.






สนทนาภาษาอังกฤษ 1,000 ประโยค Talking English

http://knowledge.kidszaa.com/1161/สนทนาภาษาอังกฤษ-1000-ประโยค-tal.html

8 ศัพท์โดนๆ ที่นาทีนี้ต้องรู้


Masterdating
คำศัพท์ใหม่สำหรับคนที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว มีที่มาจากคำว่า Masterbate + Date สะท้อนให้เห็นเทรนด์ของผู้คนในปัจจุบัน ภาพและพฤติกรรมที่เราเห็นกันประจำจนคุ้นเคย หรืออาจจะเป็นตัวเราเองนี่แหละ ที่มีความคิดภายใน ความปรารถนา ที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว อยากออกไปกินข้าว ดูหนัง เดินศูนย์การค้า ออกกำลังกาย เดทกับตัวเองลำพัง พร้อมๆ กับแชร์เรื่องราวพวกนี้ขึ้นโซเซียลฯ บ่นงึมงำกับความรู้สึกของตัวเอง และคิดประหนึ่งว่ามีใครอยู่ด้วยตลอดเวลาที่ใต้คอมเม้นต์ในนาทีถัดๆ มา
คุณเคยมาสเตอร์เดทติ้งไหม …? ถ้าเคย คุณทำมันถี่แค่ไหน
Askhole (อาร์คโฮล)
ชัดเจนว่ามาจาก Asshole คือ คนที่ชอบถามอะไรโง่ๆ โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดยอดนิยม บุคคลที่ชอบถามก่อนที่จะอ่านเนื้อความทั้งหมดจบก่อน คนกลุ่มนี้ คือ Askhole นับว่าเจ็บปวดถ้าโดนคำนี้เข้าไป อาจจะเจ็บช้ำมากกว่า Ass hole เสียอีกละ ดังนั้นตั้งสติก่อนถาม!
Bedgasm (เบดกัสซั่ม)
มาจาก Bed+Orgasm คือ อาการนอนหลับยาวนานเต็มอิ่มหลังจากที่อดนอนมาหลายคืน อาการเบดกัสซั่มดูจะเป็นความสุขเรียบง่าย ที่เกิดขึ้นกับยุค Always On ที่เราอดตาหลับขับตานอนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน จนกระทั่งยอมเข้านอนหลับตาพร้อมกับแสงหน้าจอที่ดับลง
Youniverse (ยูนิเวอร์ส)
มาจาก You – Universe อาร์ทตัวแม่ เอาใจยาก อาจเอาต์ไปแล้วเมื่อคำนี้หมายความถึง คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกเรื่อง พร้อมจะวีนเหวี่ยงกับบรรดาดาวบริวาร คำนี้ถูกสร้างมาอย่างครีเอทีพพ้องเสียงและเห็นภาพตาม
Textpectation (เท็กซ์เพ็กเทชั่น)
มาจาก Text – Expectation คำนี้เหมาะจะท้าชิงตำแหน่ง Word of the year เพราะเป็นสภาวะที่เราพบเจออยู่เสมอ เมื่อส่งข้อความไปหาคนอื่น เราจะต้องรอเห็นคำว่า “Seen”, “Read” บางครั้งเราไม่อาจละสายตาจากข้อความที่ส่งไปได้ เราติดอยู่กับการรอคอย คาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาเมื่อไหร่ มันเป็นภาวะที่ปั่นป่วนความรู้สึก น่าจะเคยเป็นกันทุกคนเมื่อเราย้ายการสื่อสารจากเฟซทูเฟซ ไปสู่จอคีย์บอร์ด
Cellfish (เซลฟิช)
มาจาก Cellphone – Selfish อธิบายถึงพฤติกรรมที่คุยโทรศัพท์ต่อเนื่องจนไปรบกวนคนอื่นในที่สาธารณะ เป็นความเห็นแก่ตัวชนิดใหม่ที่ถูกนิยามขึ้นจากการใช้เครื่องมือสื่อสารไฮเทค แต่เจ้าตัวกลับบกพร่องเรื่องมารยาท
Nonversation (นันเวอร์เซชั่น)
มาจาก None – Conversation มีภาพอธิบายว่าชายหนุ่มกับหญิงสาวยืนอยู่บนยอดเขามองพระอาทิตย์ตก พวกเขาจับมือกัน ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดมากกว่านี้ เพราะ Nonversation
Internest (อินเตอร์เนสต์)
มาจาก Internet – Nest การเล่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตบนที่นอนนานๆ และนำหมอนมาล้อมตัวให้รู้สึกสบ๊ายสบายนุ่มนิ่ม คล้ายนกทำรัง
Did You Know?
+ ในเว็บเออร์บันดิกชั่นนารี่ มีคำแสลงพวกนี้เกิดขึ้นใหม่เดือนละหลายร้อยคำ วิธีการมาจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกป้อนคำใหม่ๆ พร้อมอธิบายความหมายสั้นๆ
+ พวกเขาสรรหาคำโดนๆ เหล่านี้ มาจากสำนวนภาษาคอลัมนิสต์ตามนิตยสาร นิยายชิคลิสต์ การทวีตข้อความที่พัฒนาคำใหม่ๆ ขึ้นเพื่อความสั้นกระชับ เข้าใจง่ายและกิ๊บเก๋ รวมถึงปรากฏการณ์อินเตอร์เน็ตมีม เหตุการณ์จาก Sub Culture ต่างๆ ศัพท์เฉพาะกลุ่ม
+ คำพวกนี้จะถูกประมวล กดยอมรับจากสมาชิกของเออร์บันดิกชั่นนารี่ ด้านหนึ่งคำบางคำเป็น Fashion word สักพักหายสาปสูญไปเพราะไม่มีใครใช้ แต่ด้านหนึ่งคำเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมด้านภาษาที่กำลังสะท้อนว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ในไลฟ์สไตล์ผู้คนทุกวันนี้นั่นเอง
Text: มนตรี บุญสัตย์

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สำนวนภาษาอังกฤษน่ารู้


https://m.facebook.com/baan.krutaew/posts/1578844532377666
แบ่งปันความรู้ด้วยกันในวันสุดสัปดาห์ค่ะ *** สำนวนภาษาอังกฤษน่ารู้***
** above all = most of all, mainly : สำคัญที่สุด,เป็นพิเศษ, เหนือสิ่งอื่นใด, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
~~ Don t forget to bring all your personal necessities, above all your camera.
อย่าลืมนำของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นไปทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้องถ่ายรูป
~~ I am pleased with your typing speed, above all style of your letter writing.
ฉันพอใจกับความรวดเร็วในการพิมพ์งานของคุณและที่สำคัญก็คือสำนวนการเขียนจดหมายของคุณ
** accord with – match, be in agreement with: เห็นพ้อง, สัมพันธไมตรี, กลมกลืน, ต้องกันหรือตรงกัน
~~ His benavbiour does not accord with what I have heard.
ความประพฤติของเขาไม่ตรงกับสิ่งที่ฉันได้ยินมา
~~ Your report do not accord with the topic.
รายงานของท่านไม่ตรงกันกับหัวเรื่อง
** accuse of = say that somebody is guilty : หาว่า, กล่าวหา, กล่าวโทษ, ใส่ความ, ฟ้อง
Mr. White, a bill collector, was accused of cheating.
มิสเตอร์ไว้ท์พนักงานเก็บเงิน, ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง
Have you ever been accused of anything in your life ?
ในชีวิตที่ผ่านมาคุณเคยถูกกล่าวหาบ้างไหม?
** accustom oneself to = leam to accept, get used to: ฝึกตนเองให้เคยชินกับ
~~ Somsri slowly accustomed herself to new life style in Paris.
สมศรีค่อย ๆ รู้สึกเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบใหม่ในกรุงปารีส
~~ “Tom, please try to accustom yourself to your new working group.
“ทอม, คุณต้องพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหม่ให้ได้
** across the board = applying in all case: ทั่วไปตลอดแนว,ทั่วไปทุกกรณี
~~ They were awarded wage increased across the board.
พวกเขาได้รับรางวัลด้วยการได้ขึ้นค่าจ้างทุก ๆ คนและทุกระดับ
** act for = perform somebody’s duties on his behalf, represent:
ทำหน้าที่แทน, รักษาการในตำแหน่ง
~~ Who will be acting for you during your absence?
ใครจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่แทนคุณในขณะที่คุณไม่อยู่?
~~ Knowing his own ability, Peter refused to act for chairmanship.
ปีเตอร์ปฏิเสธที่จะรับรักษาการตำแหน่งประธาน เพราะเขารู้ถึงความสามารถของตนเองดี
** adapt (for) = rewrite, rearrange, modify (for): ทำให้เหมาะ, ดัดแปลง
The author is going to adapt his play for movie.
ผู้ประพันธ์จะดัดแปลงเนื้อเรื่องให้เหมาะกับการสร้างเป็นภาพยนตร์
~~ These automobiles have been adapted for use in the rally.
รถยนต์เหล่านี้ได้ถูกดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้ในการแข่งแรลลี่
** add in = put or pour in, include: เพิ่ม, ต่อเติม, เสริม
~~ Should we add in more sugar in this lemon juice?
เราจะต้องเติมน้ำตาลในน้ำมะนาวนี้อีกไหม?
** admit to = allow to enter or join, not deny, confess to: รับเข้าเป็นสมาชิก, ให้สิทธิเข้าได้, ยอมให้, ยอมรับรอง
~~ This ticket will admit only a couple to the ”Holiday on Ice Show.”
ตั๋วนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ชมสองท่านเพื่อเข้าชมสเก็ตน้ำแข็ง“ฮอลลิเดย์ออนไอซ”
~~ Sompong admitted readily to a great liking for “Love Story” film.
สมปองยอมรับว่าเขาชอบภาพยนตร์เรื่อง “เลิฟสตอรี่” มาก
** agree to = accept, fall in with: เห็นพ้องกัน, สอดคล้อง
~~ The committee finds it impossible to agree to Mr. Long’s advice.
คณะกรรมการพบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำตามคำแนะนำของมิสเตอร์ลอง
~~ After a long discussion, his proposal was finally agreed to.
ในที่สุดข้อเสนอของเขาก็ได้รับการยอมรับหลังจากที่อภิปรายกันยาวนาน
** agree (with) = have the same opinion as: เข้ากันได้, เห็นด้วย
~~Do you agree with me that deer-hunting is a cruel sport?
เธอเห็นด้วยกับฉันไหมว่าเกมส์การล่ากวางเป็นเกมส์ที่ทารุณอย่างหนึ่ง?
~~ I agreed with the majority that you should take Jim’s post.
ฉันเห็นด้วยกับมติส่วนใหญ่ที่ว่าคุณควรจะรับตำแหน่งของจิม
** aim at = try to hit, have as one’s target or objective: เล็งไปที่, หมายมั่นปั้นมือ, มุ่งหมาย
~~ He aimed at a bird, but hit the air.
เขาเล็งไปที่นกแต่ยิงถูกอากาศ
~~ He is aiming at presidentialship in next election.
เขาหมายที่จะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งคราวหน้า
** all day long = the entire day: ตลอดวัน
~~ I can’t stand her talking all day long.
ฉันทนไม่ได้ที่เห็นเธอพูดทั้งวัน
~~ She has been reading all day long.
เธออ่านหนังสือได้ตลอดทั้งวัน
** all in = exhausted, with everything included: เหนื่อยอ่อน, เมื่อยล้า, คลุมทั้งหมด
~~ He was all in after the game.
เขาเหนื่อยอ่อนภายหลังการแข่งขัน
~~ Is that price all in?
ราคานั้นรวมทั้งหมดแล้วใช่ไหม?
** all in all = considering every: เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว, โดยธรรมชาติ, โดยทั้งหมด
~~ All in all I still think she is very nice to me.
เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้วฉันยังคิดว่าเธอดีต่อฉันมาก
~~ All in all we enjoyed your hospitality.
ทั้งหมดแล้วพวกเราได้รับความเพลิดเพลินและความพอใจจากการต้อนรับของท่าน
** all out = using the greatest effort possible: พยายามเต็มที่
~~ He went all out in his attempt to break the world record.
เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำลายสถิติโลกให้ได้
** all right = correct, satisfactory: ถูกต้อง, เหมาะสม, ดี, ปลอดภัย
~~ I am sure everything will be all right.
ฉันแน่ใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
~~ Is it all right to go ahead ?
จะเป็นการเหมาะสมไหมถ้าเราจะดำเนินการไปเลย?
** all set = prepared ready; เรียบร้อย, พร้อมแล้ว
~~ Are you all set for the exam?
เธอเตรียมตัวพร้อมสำหรับสอบแล้วหรือยัง ?
~~ I am all set for a long journey.
ฉันพร้อมแล้วที่จะเดินทางเป็นระยะทางไกล
** allow for = include in one’s calculations, take into account or consideration; ติดไว้ล่วงหน้า, เตรียมตัวไว้สำหรับ, คำนึงถึง
~~ Don’t forget to allow for a little shrinkage when you make your trousers.
เวลาตัดผ้าสำหรับกางเกง อย่าลืมเผื่อผ้าหดนิดหน่อยด้วย
~~ You should allow time for traffic jam.
ท่านควรจะเผื่อเวลาสำหรับรถติดเอาไว้ด้วย
** amount to = be equal to reach a total, add up to, mean; รวมยอด, เพิ่มจำนวนถึง, เป็นจำนวนถึง
~~ That conversation amounts to nothing more than a glossip.
การสนทนาครั้งนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการนินทา
~~ What it amounts to is simply a political rumours.
ไม่มีอะไรหรอกนอกจากจะเป็นเพียงข่าวลือทางการเมืองเท่านั้น
** answer back = interrupt, return a rebuke in a rude manner; พูดสวนออกมา, พูดสอด
~~ Jack got a surprise when he answered his teacher back.
แจ็คแปลกใจเมื่อเขาพูดสอดคุณครูของเขา
~~ Don’t answer back when I’m talking to you.
อย่าพูดสอดออกมาขณะที่ฉันกำลังพูด
** answer for = make oneself responsible for; รับผิดชอบ
I will come myself, but I can't answer for the rest of the family.
ฉันจะมาด้วยตนเองแต่ฉันไม่สามารถรับผิดชอบคนในครอบครัวที่เหลือได้
He has a lot to answer for.
เขามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบจำนวนมาก
** apologize (to) (for) = express regret to somebody; ขออภัย, ลุแก่โทษ, ออกตัว
~~ You'd better apologize to your customer for not writing him earlier.
คุณควรขอโทษลูกค้าที่ไม่ได้เขียนจดหมายตอบเขาให้เร็วกว่านี้
~~ That’s not something that has to be apologized for.
สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุฌไม่ควรจะกล่าวขอโทษ
** apply to = concern, include, put or spread on; ใช้กับ, สมัคร, บอกกล่าว
~~ New tax regulations apply to everyone.
กฎภาษีที่ออกใหม่ใช้บังคับกับราษฎรทุกคน
~~ That cleansing lotion should be applied to your face only.
โลชั่นทำความสะอาดขวดนั้นสำหรับใช้กับผิวหนังเท่านั้น
** argue (with) = try to persuade somebody to change his mind; โต้เถียง, โต้ คารม, อ้างเหตุผล
~~ Stop arguing with me! Just do as I tell you.
หยุดเถียงฉันเสียที แล้วทำในสิ่งที่ฉันบอกให้ทำ
~~ Mrs. Norman is a very stubborn woman; she isn’t to be argued with.
มิสซิสนอร์แมนเป็นคนดันทุรังมาก เราอย่าไปโต้เถียงกับเธอเลย
** arrange (for) = make plans for, fix, set in order on somebody’s behalf; จัดการ, เตรียม, กำหนด
~~ I'll arrange for those parcels to be delivered first thing in the morning.
ฉันจะจัดการส่งหีบห่อเหล่านี้เป็นสิ่งแรกพรุ่งนี้เช้า
~~ l’ve arranged for a car to pick you up at the airport.
ฉันได้จัดส่งรถไปรับคุณที่สนามบินแล้ว
** ask after = ask for information; ask about the health of; ถามถึงสุขภาพ, ถามถึง
~~ Mr. Jack has been asking after you; he’s heard you've been ill.
มร. แจ็คได้ถามถึงสิ่งที่เขาได้ยินมาว่าคุณไม่สบาย
~~ I saw Mrs. Jones in the supermarket. She asked after you.
ฉันพบมิสซิสโจนส์ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เธอถามถึงคุณ
** at first = at the beginning, originally; แต่แรก, ครั้งแรก
~~ At first I thought it was going to be an easy task.
ตอนแรกฉันคิดว่ามันจะเป็นงานที่ง่าย
~~ At first I thought you were going with me.
ครั้งแรกฉันคิดว่าคุณจะไปกับฉันด้วย
** at first sight = immediately; เพียงแรกพบ, ทันทีที่เห็น
~~ He felt in love with her at first sight.
เขาหลงรักเธอเมื่อครั้งแรกที่พบ
~~ She thought she can impress him at first sight.
เธอคิดว่าเธอสามารถประทับใจเขาได้เพียงแรกพบ
** at least = as a minimum; อย่างน้อยที่สุด
~~ At least you should read two chapters a day.
เธอควรจะอ่านอย่างน้อยที่สุดวันละสองบท
~~ That was not right; at least you should let me know in advance.
นั่นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเลย อย่างน้อยที่สุดคุณควรจะต้องแจ้งให้ฉันทราบล่วงหน้า
** at once = immediately; โดยทันที, ฉับพลัน
~~ Please come here at once Tommy.
มาที่นี่เดี๋ยวนี้, ทอมมี่
~~ Will you please forward this message to her at once?
คุณช่วยเอาข่าวนี้ไปให้เธอทราบในทันทีได้ไหม?
** at times = occasionally, at intervals; เป็นครั้งคราว, บางโอกาส, นาน ๆ ครั้ง
~~ At times, he seems to do a good job.
บางครั้งดูเหมือนว่าเขาทำงานได้ดี
~~ At times, my little nephew talks like a grown up man.
บางครั้งหลานชายของฉันพูดราวกับเป็นผู้ใหญ่